โดนโกง แจ้งความฉ้อโกงได้ไหม หรือเป็นแค่ผิดสัญญาทางแพ่ง
ทีมงาน Lawslane
เผยแพร่เมื่อ: 28 ตุลาคม 2026
โดนโกงเงินต้องแยกให้ออกว่าเป็นฉ้อโกงตาม ป.อ. 341 หรือแค่ผิดสัญญาทางแพ่ง รู้องค์ประกอบ ฉ้อโกงประชาชน ยอมความได้หรือไม่ กำหนดร้องทุกข์ 3 เดือน และขั้นตอนแจ้งความ
โอนเงินไปแล้วไม่ได้ของ ให้ยืมเงินแล้วไม่ได้คืน หรือจ้างงานแล้วงานไม่เสร็จ หลายคนรู้สึกว่า "โดนโกง" และอยากแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงทันที แต่ในทางกฎหมาย เรื่องที่ดูคล้ายกันอาจเป็นได้ทั้งความผิดอาญาฐานฉ้อโกง หรือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง ซึ่งช่องทางเรียกร้อง กำหนดเวลา และผลลัพธ์ต่างกัน บทความนี้อธิบายตามตัวบทว่าทั้งสองเรื่องต่างกันตรงไหน และถ้าจะร้องทุกข์ต้องทำอย่างไร
ฉ้อโกงตามกฎหมายอาญาคืออะไร
ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อ. มาตรา 341 อัตราโทษตามที่แก้ไขในปี 2560)
แยกองค์ประกอบตามถ้อยคำในตัวบทได้ดังนี้
1. กระทำโดยทุจริต ซึ่งกฎหมายนิยามว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น (ป.อ. มาตรา 1 (1))
2. มีการหลอกลวง ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง
3. ผลของการหลอกลวงนั้น ทำให้ได้ทรัพย์สินไปจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้มีการทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ
คำว่า "โดยการหลอกลวงดังว่านั้น" ในตัวบทแสดงว่า การได้ทรัพย์สินไปต้องเกิดจากการหลอกลวงนั้น
ฉ้อโกงที่มีโทษหนักขึ้น และฉ้อโกงประชาชน
ถ้าในการฉ้อโกง ผู้กระทำแสดงตนเป็นคนอื่น หรืออาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อ. มาตรา 342)
ถ้าการฉ้อโกงได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ซึ่งเรียกกันว่าฉ้อโกงประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเข้าลักษณะตามมาตรา 342 ด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท (ป.อ. มาตรา 343)
การหลอกลวงในแต่ละกรณีจะถือเป็นการกระทำ "ต่อประชาชน" หรือไม่ ตัวบทไม่ได้กำหนดจำนวนคนไว้ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ฉ้อโกงยอมความได้ แต่ฉ้อโกงประชาชนยอมความไม่ได้
กฎหมายกำหนดว่า ความผิดในหมวดฉ้อโกง นอกจากความผิดตามมาตรา 343 เป็นความผิดอันยอมความได้ (ป.อ. มาตรา 348) ผลที่ต่างกันมีดังนี้
1. ฉ้อโกงตามมาตรา 341 และ 342 เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นเป็นอันขาดอายุความ (ป.อ. มาตรา 96) และถ้าถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป (ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2))
2. ฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ไม่อยู่ในกลุ่มความผิดอันยอมความได้ จึงไม่ใช้กำหนดสามเดือนตามมาตรา 96 และการยอมความกันไม่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (2)
ด้วยเหตุนี้ ถ้าคิดว่าตนถูกฉ้อโกง ควรรีบดำเนินการตั้งแต่รู้ตัวผู้กระทำ ไม่ควรรอจนเลยสามเดือน
ผิดสัญญาทางแพ่งต่างจากฉ้อโกงอย่างไร
ฝั่งกฎหมายแพ่ง เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามที่ตกลง กฎหมายให้สิทธิเจ้าหนี้ดังนี้
1. ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้น (ป.พ.พ. มาตรา 213)
2. เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 215)
เมื่อเทียบกับมาตรา 341 จะเห็นว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการหลอกลวงด้วยข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริง และได้ทรัพย์สินไปโดยผลของการหลอกลวงนั้น ส่วนการไม่ชำระหนี้ตามสัญญาเพียงอย่างเดียว กฎหมายแพ่งมีช่องทางบังคับชำระหนี้และเรียกค่าเสียหายไว้ให้
เรื่องหนึ่ง ๆ จะเป็นฉ้อโกงหรือเป็นเพียงผิดสัญญา ตัวบทไม่ได้ระบุเส้นแบ่งเป็นรายการไว้ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น ข้อความที่อีกฝ่ายพูดหรือแสดงไว้ตั้งแต่ต้นเป็นความจริงหรือไม่ และเงินหรือทรัพย์สินที่ให้ไปนั้นให้ไปเพราะข้อความดังกล่าวหรือไม่
ตัวอย่างสมมติ นาย ก. โอนเงินซื้อโทรศัพท์จากนาย ข. ทางออนไลน์ ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่านาย ข. ไม่มีสินค้าอยู่จริงและแสดงข้อความเท็จเพื่อให้นาย ก. โอนเงิน ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือองค์ประกอบตามมาตรา 341 แต่ถ้านาย ข. มีสินค้าและตั้งใจขายจริง เพียงแต่ส่งของล่าช้าหรือไม่ครบตามที่ตกลง ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือสิทธิตามสัญญาในทางแพ่ง ทั้งนี้ผลจริงของแต่ละเรื่องขึ้นกับพยานหลักฐาน
เรื่องอายุความทางแพ่ง
อายุความฟ้องคดีแพ่งขึ้นกับประเภทของสิทธิเรียกร้อง ถ้าประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี (ป.พ.พ. มาตรา 193/30) แต่สัญญาหลายประเภทมีอายุความเฉพาะของตนเอง ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ในคดีที่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่สูญเสียไปคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายด้วย (ป.วิ.อ. มาตรา 43) และแม้ได้ฟ้องคดีอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก (ป.วิ.อ. มาตรา 45)
ร้องทุกข์คดีฉ้อโกงต้องทำอย่างไร
ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 และ 342 เป็นความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนจะสอบสวนไม่ได้ เว้นแต่มีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ (ป.วิ.อ. มาตรา 121) การร้องทุกข์จึงต้องทำให้ถูกต้อง
1. ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ คำร้องทุกข์ต้องปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ ลักษณะแห่งความผิด พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่ความผิดได้กระทำลง ความเสียหายที่ได้รับ และชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำผิดเท่าที่จะบอกได้ (ป.วิ.อ. มาตรา 123)
2. คำร้องทุกข์ทำเป็นหนังสือหรือร้องด้วยปากก็ได้ ถ้าเป็นหนังสือต้องมีวันเดือนปีและลายมือชื่อผู้ร้องทุกข์ ถ้าร้องด้วยปาก พนักงานสอบสวนต้องบันทึกไว้ และลงลายมือชื่อทั้งผู้บันทึกและผู้ร้องทุกข์ (ป.วิ.อ. มาตรา 123)
3. ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวนก็ได้ แล้วเจ้าพนักงานนั้นจะส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวน (ป.วิ.อ. มาตรา 124)
4. หรือผู้เสียหายจะฟ้องคดีอาญาต่อศาลเองก็ได้ (ป.วิ.อ. มาตรา 28)
สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วย ได้แก่ หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา โพสต์โฆษณา สัญญาหรือใบเสนอราคา ข้อมูลบัญชีหรือตัวตนของอีกฝ่ายเท่าที่มี และลำดับเหตุการณ์พร้อมวันเวลา โดยเฉพาะวันที่คุณรู้ว่าถูกหลอกและรู้ตัวผู้กระทำ ซึ่งใช้นับกำหนดสามเดือน
สรุป
ฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องมีการหลอกลวงโดยทุจริตด้วยข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริง และได้ทรัพย์สินไปโดยผลของการหลอกลวงนั้น ฉ้อโกงทั่วไปยอมความได้และต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ ส่วนฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ยอมความไม่ได้ ถ้าเป็นเพียงการไม่ทำตามสัญญา กฎหมายแพ่งให้สิทธิบังคับชำระหนี้และเรียกค่าเสียหาย ซึ่งมีอายุความแยกต่างหาก เรื่องของคุณอยู่ฝั่งไหนต้องดูข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
หากคุณคิดว่ากำลังถูกโกง หรือไม่แน่ใจว่าควรแจ้งความหรือฟ้องแพ่ง สามารถปรึกษาทนายความผ่าน Lawslane เพื่อให้ทนายช่วยดูหลักฐาน กำหนดเวลา และแนวทางที่เหมาะกับกรณีของคุณได้