ดูทั้งหมด
ถูกตำรวจจับหรือเป็นผู้ต้องหา สิทธิที่ต้องรู้ตามกฎหมาย

ถูกตำรวจจับหรือเป็นผู้ต้องหา สิทธิที่ต้องรู้ตามกฎหมาย

Law

ทีมงาน Lawslane

เผยแพร่เมื่อ: 28 ตุลาคม 2026

ถูกตำรวจจับหรือถูกเรียกเป็นผู้ต้องหา มีสิทธิอะไรบ้าง ตั้งแต่สิทธิไม่ให้การ พบทนาย แจ้งญาติ ระยะเวลาควบคุมตัว ไปจนถึงการขอประกันตัว สรุปตาม ป.วิ.อ. แบบเข้าใจง่าย

การถูกตำรวจจับ หรือได้รับหมายเรียกให้ไปพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา เป็นเรื่องที่ทำให้ใครก็ตกใจได้ หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง จึงอาจพูดหรือเซ็นเอกสารไปโดยไม่เข้าใจผลที่จะตามมา ความจริงแล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) วางหลักคุ้มครองผู้ถูกจับและผู้ต้องหาไว้หลายข้อ ตั้งแต่ตอนถูกจับ ตอนถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ ตอนถูกสอบปากคำ ไปจนถึงการขอประกันตัว บทความนี้สรุปสิทธิสำคัญที่ควรรู้ โดยอ้างอิงตามตัวบทกฎหมาย เพื่อให้คุณหรือคนในครอบครัวรับมือได้อย่างมีสติ

ผู้ถูกจับกับผู้ต้องหา ต่างกันอย่างไร

ผู้ถูกจับ คือคนที่ถูกเจ้าพนักงานหรือราษฎรจับตัวไว้ ส่วนผู้ต้องหา คือคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดแต่ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล ซึ่งอาจเป็นคนที่ถูกจับมา หรือเป็นคนที่ไปพบพนักงานสอบสวนเองตามหมายเรียกก็ได้ เมื่อถูกฟ้องต่อศาลแล้วจึงเรียกว่า จำเลย

ตอนถูกจับ เจ้าพนักงานต้องแจ้งอะไรบ้าง

ตามมาตรา 83 ของ ป.วิ.อ. ในการจับ ผู้ทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาต้องถูกจับ และในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ กฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานต้องทำสิ่งต่อไปนี้

1. แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ

2. ถ้ามีหมายจับ ต้องแสดงหมายจับต่อผู้ถูกจับ

3. แจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้

4. แจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ

นอกจากนี้ ถ้าผู้ถูกจับต้องการแจ้งให้ญาติหรือผู้ที่ตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุม และทำได้โดยสะดวก ไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุม และไม่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใด เจ้าพนักงานต้องอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควร และเจ้าพนักงานผู้จับต้องบันทึกการจับไว้ด้วย (ป.วิ.อ. มาตรา 83)

ในทางกลับกัน มาตรา 83 ก็กำหนดไว้ด้วยว่า ถ้าบุคคลที่จะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้นได้ ส่วนสิทธิที่ผู้ถูกจับขอใช้ได้ตามกฎหมายมีอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป

หลังถูกจับ ถูกพาไปที่ไหน และถูกควบคุมได้นานเท่าไร

กฎหมายกำหนดให้ผู้จับนำตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับ หรือที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหากนำไปได้ในขณะนั้น (ป.วิ.อ. มาตรา 83)

เมื่อไปถึงที่ทำการแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบถึงสิทธิตามมาตรา 7/1 และจัดให้ผู้ถูกจับติดต่อญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจเพื่อแจ้งเรื่องการจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก ถ้าผู้ถูกจับขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้แจ้งแทน ก็ต้องจัดการให้โดยเร็ว โดยห้ามเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ถูกจับ (ป.วิ.อ. มาตรา 84)

มาตรา 84 ยังมีหลักที่สำคัญมาก คือ ถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัว ถ้าเป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน ส่วนถ้อยคำอื่นจะรับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดได้ก็ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับแล้ว

เรื่องระยะเวลาควบคุมตัว มาตรา 87 ห้ามมิให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี และในกรณีที่ต้องควบคุมไว้เพื่อสอบสวนหรือฟ้องคดี ต้องนำตัวผู้ถูกจับไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ โดยพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหาไว้ (ป.วิ.อ. มาตรา 87)

สิทธิของผู้ถูกจับและผู้ต้องหาตามมาตรา 7/1

มาตรา 7/1 เป็นบทหลักที่รวบรวมสิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังไว้ ได้แก่

1. สิทธิแจ้งหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ที่ตนไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก

2. สิทธิพบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว

3. สิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน

4. สิทธิได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร

5. สิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

กฎหมายยังกำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่รับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา มีหน้าที่แจ้งให้ทราบถึงสิทธิเหล่านี้ในโอกาสแรกด้วย (ป.วิ.อ. มาตรา 7/1) ถ้าเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้ง ผู้ถูกจับสามารถสอบถามหรือขอใช้สิทธิเหล่านี้ได้

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหามีสิทธิอะไรเพิ่มเติม

เมื่อถึงขั้นที่พนักงานสอบสวนจะถามคำให้การ กฎหมายกำหนดหลักคุ้มครองเพิ่มเติมไว้ดังนี้

เรื่องทนายความ มาตรา 134/1 กำหนดว่า ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือคดีที่ผู้ต้องหามีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ก่อนเริ่มถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มี ให้รัฐจัดหาทนายความให้ ส่วนในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้ (ป.วิ.อ. มาตรา 134/1)

เรื่องคนเข้าฟังการสอบปากคำ ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ (ป.วิ.อ. มาตรา 134/3)

เรื่องการแจ้งสิทธิก่อนถามคำให้การ ก่อนถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าให้การ ถ้อยคำนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำได้ ถ้าผู้ต้องหาเต็มใจให้การก็ให้จดไว้ ถ้าไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ (ป.วิ.อ. มาตรา 134/4)

ผลของการไม่แจ้งสิทธิ มาตรา 134/4 วรรคท้ายกำหนดว่า ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิดังกล่าว หรือก่อนดำเนินการตามมาตรา 134/1 ถึง 134/3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้

ห้ามจูงใจด้วยวิธีมิชอบ มาตรา 135 ห้ามพนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ที่เป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น

การขอประกันตัว (ปล่อยชั่วคราว) ทำได้อย่างไร

คำว่า ประกันตัว ในภาษากฎหมายเรียกว่า การปล่อยชั่วคราว ซึ่งอาจเป็นแบบไม่มีประกัน มีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้ คำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวยื่นได้โดยผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น ญาติ และต้องยื่นให้ถูกที่ตามขั้นตอนของคดี (ป.วิ.อ. มาตรา 106) โดยสรุปคือ

1. ถ้าผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่และยังไม่ถูกฟ้อง ให้ยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี

2. ถ้าผู้ต้องหาถูกขังตามหมายศาลและยังไม่ถูกฟ้อง ให้ยื่นต่อศาลนั้น

3. ถ้าถูกฟ้องแล้ว ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีนั้น

4. ในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา มีหลักเกณฑ์เรื่องศาลที่รับคำร้องแยกไว้ตามมาตรา 106

เมื่อได้รับคำร้อง เจ้าพนักงานหรือศาลต้องรีบสั่ง (ป.วิ.อ. มาตรา 107) โดยพิจารณาประกอบหลายเรื่อง เช่น ความหนักเบาแห่งข้อหา พยานหลักฐานที่มีอยู่ พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ขอประกันหรือหลักประกัน ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่ และภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการปล่อยชั่วคราว ทั้งยังอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือเงื่อนไขอื่นเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือป้องกันความเสียหายได้ (ป.วิ.อ. มาตรา 108)

การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่ง คือ ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดีในศาล และคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวต้องแสดงเหตุผล พร้อมแจ้งเหตุนั้นให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยและผู้ยื่นคำร้องทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว (ป.วิ.อ. มาตรา 108/1)

ส่วนจะต้องมีประกันหรือหลักประกันหรือไม่ และวางเงินเท่าใด ขึ้นกับอัตราโทษของข้อหาและหลักเกณฑ์ในมาตรา 110 ประกอบกับดุลพินิจของเจ้าพนักงานหรือศาลในแต่ละคดี ตัวบทไม่ได้กำหนดจำนวนเงินตายตัวไว้ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นภาพ

สมมติว่า นาย ก. ถูกเจ้าพนักงานจับตามหมายจับ สิ่งที่นาย ก. มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย คือ ได้เห็นหมายจับ ได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ได้รับแจ้งว่ามีสิทธิไม่ให้การ และมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ เมื่อถึงสถานีตำรวจ นาย ก. มีสิทธิขอให้แจ้งญาติว่าถูกจับและถูกควบคุมอยู่ที่ไหน ก่อนพนักงานสอบสวนถามคำให้การ นาย ก. ต้องได้รับแจ้งสิทธิตามมาตรา 134/4 และมีสิทธิให้ทนายความหรือคนที่ไว้ใจเข้าฟังการสอบปากคำ ส่วนญาติของนาย ก. สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อพนักงานสอบสวนได้ ถ้ายังไม่มีการฟ้องและนาย ก. ยังถูกควบคุมอยู่ในชั้นสอบสวน

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงภาพรวมตามตัวบท ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อหา พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

สรุป

ผู้ถูกจับและผู้ต้องหามีสิทธิตามกฎหมายหลายประการ ตั้งแต่สิทธิรู้ข้อกล่าวหาและเห็นหมายจับ สิทธิไม่ให้การ สิทธิพบและปรึกษาทนายความ สิทธิแจ้งญาติ สิทธิให้ทนายหรือคนที่ไว้ใจเข้าฟังการสอบปากคำ ไปจนถึงสิทธิยื่นขอปล่อยชั่วคราว (ป.วิ.อ. มาตรา 7/1, 83, 84, 87, 134/1, 134/3, 134/4, 106 ถึง 108/1) และกฎหมายยังกำหนดผลไว้ด้วยว่า คำรับสารภาพในชั้นจับกุมห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน และถ้อยคำที่ให้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิในชั้นสอบสวนจะใช้พิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้ การรู้สิทธิเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบในช่วงเวลาที่กดดัน

หากคุณหรือคนใกล้ตัวถูกจับ ถูกออกหมายเรียก หรือต้องการยื่นขอประกันตัว สามารถปรึกษาทนายความผ่าน Lawslane เพื่อให้ทนายช่วยดูข้อเท็จจริงของเรื่องและอธิบายขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ

แชร์:

ความคิดเห็น (0)

เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนสมาชิกเท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้

ต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย?